_edited.png)

ไม่มีเอกสารรายได้ ขอ OD ได้ไหม?
29 ธ.ค. 2025
ใช้เวลาอ่าน 2 นาที
0
0
0

เจ้าของร้านออนไลน์จำนวนมาก โดยเฉพาะร้านที่เพิ่งเริ่ม หรือทำแบบครอบครัว มักประสบปัญหาใหญ่คือ“อยากขอวงเงิน OD แต่ไม่มีเอกสารรายได้ จะยื่นได้ไหม?”
คำถามนี้เกิดจากความจริงที่ว่า ธุรกิจออนไลน์จำนวนมาก
ไม่ได้จดทะเบียน
ไม่มีการทำบัญชี
ยังไม่เคยยื่นภาษี
รายได้ส่วนใหญ่อยู่ในบัญชีส่วนตัว
ยังเป็นร้านเล็ก ๆ ที่กำลังเติบโต แต่ขาดระบบเอกสาร
ในขณะที่ “OD” เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยหมุนสต๊อก ยิงแอด และต่อยอดกิจการได้ดีที่สุดหลายคนเลยกังวลว่า ถ้าไม่มีเอกสารแบบเป็นทางการ ธนาคารจะไม่อนุมัติหรือเปล่า?
บทความนี้จะตอบแบบละเอียดที่สุดว่า
จริงไหมที่ไม่มีเอกสารรายได้ = ยื่น OD ไม่ได้?
ถ้าไม่มีเอกสาร ต้องใช้อะไรแทน?
ธนาคารพิจารณาจากอะไร?
เคสไหนผ่าน เคสไหนไม่ผ่าน?
อยากขอให้ผ่าน ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
มาเริ่มแบบชัดเจนที่สุดกันก่อน…
1. คำตอบตรง ๆ: ไม่มีเอกสารรายได้ “ยังมีโอกาส” ขอ OD ได้
หลายคนคิดว่า “ต้องมีเอกสารรายได้ครบเท่านั้นถึงจะขอ OD ได้” แต่ในความเป็นจริง ไม่จำเป็นต้องมีเอกสารครบ 100% ก็สามารถยื่นได้
ธนาคารไม่ได้ดูแค่ภาษีหรือเอกสารรายได้เท่านั้นสิ่งที่ธนาคารสนใจมากที่สุดคือคำตอบ 2 ข้อนี้:
✔ 1) คุณมีรายได้จริงไหม
✔ 2) รายได้นั้นเข้า “บัญชีธนาคาร” แบบสม่ำเสมอหรือไม่
เพราะฉะนั้น แม้คุณจะ
ยังไม่ยื่นภาษี
ไม่มีงบ
ไม่มีเอกสารรายได้อย่า งเป็นทางการ
แต่ถ้า “สเตทเมนต์” สวย ธนาคารก็สามารถใช้พิจารณาวงเงินได้
สเตทเมนต์ดี = เทียบเท่าเอกสารรายได้
ดังนั้น ขาดเอกสารอย่างอื่นยังพอได้ แต่ “สเตทเมนต์” เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้โดยเด็ดขาด
2. ถ้าไม่มีเอกสารรายได้ ธนาคารใช้อะไรแทนในการพิจารณา?
สำหรับเคสที่ไม่มีเอกสารรายได้ ธนาคารจะใช้ 3 อย่างเป็นหลัก:
✔ 1) สเตทเมนต์ 6–12 เดือน
นี่คือหลักฐานรายได้ที่ชัดเจนที่สุดของธนาคาร ถ้าคุณไม่มีเอกสารภาษี แต่มีสเตทเมนต์สวย ๆ คุณยังมีโอกาสสูงมาก
ธนาคารจะดูว่า
มียอดเงินเข้าทุกวันไหม
ยอดขายสม่ำเสมอหรือไม่
เงินเข้าเยอะแค่ไหน
เงินออกไปทำอะไร
มีเงินเด้งหรือคืนบ่อยไหม
หมุนต่อเดือนประมาณเท่าไหร่
ตัวอย่างสเตทเมนต์ที่ “แทนเอกสารรายได้ได้เลย”:✔ เงินเข้าเป็นประจำทุกวัน✔ โอนจากลูกค้าตลอด✔ มียอดซื้อของ / ค่าแอด / ขนส่ง✔ ยอดหมุนมากกว่า 3–5 เท่าของวงเงินที่ต้องการ✔ ไม่มีการเงินปนกับส่วนตัวมากเกินไป
✔ 2) เอกสารยืนยันการทำธุรกิจจริง
แม้จะไม่มีเอกสารรายได้เป็นทางการ แต่ถ้าธนาคารเห็นว่าคุณ “ขายของจริง” โอกาสผ่านยังสูง
เอกสารที่ใช้ยืนยันธุรกิจ เช่น
ใบสั่งซื้อสินค้า
ใบส่งของจากขนส่ง
ภาพหน้าร้าน Shopee / Lazada / FB
Chat ลูกค้า
ประวัติหลังบ้าน Ads (Meta / TikTok)
เอกสารสั่งของจากซัพพลายเออร์
ภาพคลังสินค้าหรือพื้นที่จัดส่ง
ธนาคารไม่ได้ต้องการเอกสารหรู ๆต้องการแค่ “หลักฐานว่าเป็นร้านจริง”
✔ 3) เครดิตส่วนตัวของผู้กู้
สำคัญมากในเคสที่เอกสารยัง ไม่แข็ง เช่นร้านเริ่มต้นธนาคารจะตรวจว่า
เคยค้างชำระไหม
มีภาระหนี้เยอะเกินไปหรือเปล่า
มีวินัยทางการเงินหรือไม่
เคยมีประวัติเสียในบูโรไหม
ถ้าบุคคลมีเครดิตดี แม้เอกสารธุรกิจจะไม่สมบูรณ์ ธนาคารก็ยังกล้าอนุมัติ OD หมุนธุรกิจให้
3. เคสจริง: แบบไหน “ไม่มีเอกสารรายได้ แต่ผ่าน OD”
✔ เคสที่ 1: ร้านออนไลน์เล็ก ๆ แต่สเตทเมนต์สวย
ขายของวันละ 20–50 ออเดอร์
เงินเข้าทุกวัน
ไม่มีภาษี
แต่สเตทเมนต์ชัดเจน→ ส่วนใหญ่ผ่านวงเงินเล็ก–กลาง
✔ เคสที่ 2: ธุรกิจเริ่มใหม่ แต่มีลูกค้าจริง
เปิดร้านไม่ถึงปี
ยังไม่ยื่นภาษี
แต่มีใบส่งของและภาพหลังบ้านร้าน→ ผ่านโดยใช้เอกสารยืนยันกิจการ
✔ เคสที่ 3: เจ้าของเครดิตดีมาก
ใช้บัตรตรงเวลา
ไม่มีหนี้เสีย
มีเงินเดือนประจำ→ ธนาคารยอมปล่อย OD เพื่อหมุนร้านแม้เอกสารรายได้ยังไม่ครบ
4. เคสที่ “ไม่ได้เอกสารรายได้ = ยื่นแล้วไม่ผ่าน”
ธนาคารจะไม่ปล่อย OD ใน 3 กรณีนี้ แม้จะมีเจตนาดี เพราะถือว่าเสี่ยงสูง:
❌ เคส 1: สเตทเมนต์ไม่มีเงินเข้า หรือมีน้อยเกินไป
ถ้าสต๊อกขายจริง แต่เงินเข้าน้อย หรือเข้าบ้างไม่เข้าบ้าง ธนาคารจะตีว่าธุรกิจยังไม่นิ่ง
❌ เคส 2: รายรับไม่ชัด หรือใช้บัญชีปนส่วนตัว
เช่น
เงินจากที่ทำงาน / เงินจากเพื่อน / เงินโอนส่วนตัวปน
รายรับเยอะวันเดียว นอกนั้นเงียบ
ไม่เห็นพฤติกรรมการซื้อสินค้า
❌ เคส 3: เครดิตบูโรมีปัญหา
เช่น
ค้างชำระ
เคยปรับโครงสร้างหนี้
มีภาระหนี้หลายรายการ→ ธนาคารจะไม่ปล่อย OD เพราะเสี่ยง
5. ไม่มีเอกสารรายได้ แต่ “อยากให้โอกาสผ่าน OD สูงที่สุด”ต้องทำยังไง?
นี่คือวิ ธีที่ผู้ประกอบการใช้แล้วเพิ่มโอกาสผ่านมากที่สุด:
✔ 1) จัดสเตทเมนต์ให้สวย 1–3 เดือนก่อนยื่น
แยกรายรับส่วนตัวออก
ให้ทุกยอดขายเข้า “บัญชีเดียวกัน”
ใช้บัญชีธุรกิจกับบัญชีส่วนตัวให้ชัด
โอนซื้อของผ่านบัญชีเดียวกัน
สเตทเมนต์ดี = โอกาสผ่าน 70%
✔ 2) ทำเอกสารยืนยันกิจการให้ชัด
แม้ไม่มีภาษี ก็เตรียมสิ่งนี้ได้
หน้าเพจ
ใบส่งของ
ชื่อร้าน
หลักฐานการสั่งสินค้า
ประวัติยิงแอด
ยิ่งแสดงว่า “ขายจริง” ยิ่งปลอดภัย
✔ 3) ตกแต่งโครงสร้างรายได้ให้เป็นระบบ
คุณไม่ต้องตกแต่งเอกสารแค่จัดระบบให้ “ดูเป็นธุรกิจจริง” เช่น
ทำบัญชีรายรับรายจ่าย
แยกรายได้เป็นหมวด
ทำสรุปยอดขายรายเดือน
ทำเอกสารสรุปธุรกิจ 1 หน้า (Business Profile)
เอกสารพวกนี้ bank officer ชอบมาก
✔ 4) เครดิตตัวเ องต้องพร้อม
เคลียร์ภาระเงินกู้ก่อนทำเรื่องถ้ามีสิ่งนี้ → โอกาสผ่านสูง
ไม่มีหนี้เสีย
ไม่ค้างชำระ
ไม่รูดบัตรเกินตัว
จ่ายตรงเวลา
✔ 5) ระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน
บางคนยื่นแบบไม่บอกว่าจะเอาเงินไปทำอะไรธนาคารเลยไม่มั่นใจ
ตัวอย่างวัตถุประสงค์ที่ดี:
หมุนสต๊อก
ยิงแอด
รับออเดอร์ล็อตใหญ่
ขยายคลังสินค้า
ยิ่งชัดเจนยิ่งได้เปรียบ
6. ถ้า “ไม่มีเอกสารรายได้เลยจริง ๆ” แล้วจะทำอย่างไร?
ถ้าคุณไม่มีแม้กระทั่งสเตทเมนต์ ธนาคารจะ “ไม่สามารถพิจารณาได้”เพราะไม่เห็น รายรับจริง
แต่ยังมีทางแก้คือ:
✔ วิธี 1: สร้างสเตทเมนต์ให้สวย 3 เดือน
เริ่มจัดการเงินเข้าสู่ระบบธนาคารจะมองว่าธุรกิจเริ่มนิ่ง→ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
✔ วิธี 2: จดทะเบียนพาณิชย์แบบบุคคลธรรมดา
ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงใช้ยื่น OD ได้→ สำหรับร้านออนไลน์ที่เริ่มโต
✔ วิธี 3: แยกบัญชีธุรกิจ–ส่วนตัวออกจากกัน
ทำให้ทุกอย่างดูเป็นระบบ→ เพิ่มคะแนนความน่าเชื่อถือ
✔ วิธี 4: ขอวงเงินเล็กก่อนเพื่อสร้างเครดิต
เริ่มจากวงเงินเล็ก เช่น 30,000–50,000เมื่อระบบดีขึ้น ธนาคารจะเพิ่มวงเงินให้อัตโนมัติ
7. ไม่มีเอกสารรายได้ = ไม่ได้หมายความว่า “ขอ OD ไม่ได้”
ให้จำแบบนี้:
⭐ **“ไม่มีเอกสารรายได้ = ยังยื่น OD ได้
แต่ไม่มีสเตทเมนต์ = ยื่นไม่ได้”**
⭐ ธนาคารให้ความสำคัญสิ่งนี้มากที่สุด
1. สเตทเมนต์ (สำคัญที่สุด 70%)
2. หลักฐานการทำธุรกิจจริง (20%)
3. เครดิตส ่วนตัวของผู้กู้ (10%)
⭐ ไม่มีเอกสารรายได้ แต่โอกาสผ่านสูง ถ้า…
✔ เงินเข้าบัญชีสม่ำเสมอ✔ มียอดขายให้เห็นจริง✔ มีหลักฐานธุรกิจ✔ เครดิตดี✔ ขอวงเงินพอดีสเกลธุรกิจ✔ มีวัตถุประสงค์การใช้วงเงิน
⭐ ถ้าคุณเพิ่งเริ่มธุรกิจ อยากยื่น OD ให้ผ่านง่ายขึ้น
ให้จัดระบบล่วงหน้า 1–3 เดือนสเตทเมนต์จะนิ่ง ธนาคารจะเห็นภาพชัด และวงเงินจะสูงขึ้นด้วย สนใจติดต่อได้ที่ www.masteradvc.com





